Trader: จิตวิทยาพื้นฐาน

เทรด แท้จริงแล้วมันคืออะไร?

เทรดคือ Action อันเป็นผลลัพท์ทางความคิดและมุมมองที่เรามีต่อหุ้นตัวนั้น ดังนั้นสิ่งที่เรากำลังเทรดจริง ๆ ไม่ใช่ตัวหุ้น แต่คือมุมมองของคนในตลาดที่มีต่อหุ้นตัวนั้น ณ ขณะนั้น ทุกธุรกรรมการเทรดที่สำเร็จนั้นประกอบไปด้วยผู้ซื้อและผู้ขายเสมอ ทุกครั้งที่เราโยนหุ้นออกไปต้องมีคนคอยรับซื้อ หรือทุกครั้งที่เรากดซื้อหุ้น ต้องมีคนรอขาย Action ที่แตกต่างย่อมสะท้อนความคิดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงของทั้งสองฝั่ง

ในการตัดสินใจซื้อหุ้นแต่ละครั้งนั้น คนส่วนใหญ่จะมีเหตุผลในใจอยู่แล้วว่าทำไมต้องซื้อหุ้นตัวนี้ ตอนนี้ ที่ราคานี้ แต่น้อยคนที่จะคิดในมุมคนขายว่า ทำไมเขาถึงขายหุ้นตัวนี้ ตอนนี้ ที่ราคานี้

ในตลาดหุ้นนั้นไม่ว่าช่วงเวลาไหน จะมีคนบ้าอยู่สองกลุ่มคือ คนที่ยอมซื้อแพง กับคนที่ยอมขายถูก หรืออีกนัยหนึ่งคือ คนที่กำลังตกอยู่ในความโลภ กับคนที่กำลังตกอยู่ในความกลัว งานของเทรดเดอร์คือ ต้องหาคนบ้าสองกลุ่มนี้ให้เจอแล้วเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากความโกลาหลนั้นให้ได้

เทรดเดอร์เลือกหุ้นอย่างไร?

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่า การเทรด นั้นไม่ใช่การลงทุน แต่มันเป็นเกมการแข่งขัน เกมที่เล่นกับจิตวิทยาของมนุษย์ ดังนั้นการวิเคราะห์ทางเทคนิคจึงถือเป็นเครื่องมือหลักของเทรดเดอร์แทบจะทุกคนและสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการวิเคราะห์คือ กราฟราคา ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนความเป็นไปที่เกิดขึ้นในตลาดทั้งหมด มันเป็นเสมือนร่องรอยการไหลของเงินในตลาด และที่สำคัญที่สุด มันสะท้อนแต่ความจริงที่เกิดขึ้น มีเพียงธุรกรรมที่สำเร็จเท่านั้นที่สร้างกราฟขึ้นมาได้

เครื่องมือสำหรับเทรดเดอร์

การเทรด ไม่ใช่การลงทุน แต่เป็นเกมการแข่งขัน 85% ของเกมนี้เป็นเรื่องของจิตวิทยา ที่เหลือเป็นทักษะและความรู้ สิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำก่อนเข้าตลาดคือ หาความรู้ ฝึกทักษะ แต่มองข้ามเรื่องของจิตวิทยา แต่คนที่ประสบความสำเร็จนั้นให้ความสำคัญกับเรื่องของจิตวิทยาเป็นอันดับแรก ความรู้และทักษะเป็นเรื่องรองลงมา จะเทรดให้ได้กำไรต้องเริ่มต้นจากวิธีคิดที่ถูกต้อง แต่ถึงจะกล่าวอย่างนี้ ก็ใช่ว่าความรู้นั้นจะไม่สำคัญ ความรู้นั้นจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อเป็นความรู้ที่ถูกต้องเท่านั้น เช่นจะเป็นเทรดเดอร์แต่มุ่งมั่นศึกษาการอ่านพื้นฐานของบริษัทแทนที่จะเป็นวิธีวิเคราะห์กราฟราคานั้นดูเหมือนจะเป็นการใช้เวลาสิ้นเปลืองไปโดยใช่เหตุ การเทรดเป็นการลงทุนในกรอบระยะเวลา 2 วันถึง 2 สัปดาห์เท่านั้น การทำความเข้าใจพื้นฐานของบริษัทนั้นสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุน แต่ไม่ใช่กับเทรดเดอร์ ลักษณะแท่งเทียน รูปแบบกราฟราคา แนวรับแนวต้าน โวลุ่ม break-outs, break-downs เหล่านี้คือสิ่งที่เทรดเดอร์ควรสนใจ เทรดเดอร์ไม่สนใจว่าบริษัทจะเติบโตไปอีกกี่เท่าใน 5 ปี 10 ปีเพราะสิ่งที่เราโฟกัสในอยู่ในช่วง 2 - 10 วันเท่านั้น การวิเคราะห์ทางเทคนิคอลจึงเป็นอาวุธที่สำคัญที่สุดของเทรดเดอร์ แต่ถึงกระนั้นก็ตาม เครื่องมือทางเทคนิคคอลต่าง ๆ ก็เป็นเพียงไกด์ไลน์เท่านั้น

Chart never lie!!

กราฟราคาคือกราฟฟิคของกิจกรรมทางการเงิน ที่แสดงให้เห็นถึงจิตวิทยามวลชนในตลาด สิ่งสำคัญคือ มันบอกแต่ความจริงเท่านั้น สำหรับตลาดแล้ว ข่าวลือ ข่าวลวงนั้นมีให้เห็นทุกวันจนเป็นเรื่องธรรมดา แม้กระทั่งงบการเงิน ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรจะเป็นสิ่งที่น่าเชื่อถือที่สุด ยังตกแต่งหลอกลวง แต่กราฟไม่เคยหลอก ทุกกิจกรรมการซื้อขาย จำนวนที่ซื้อขาย เวลาที่ซื้อขายล้วนปรากฏชัดเจน และที่สำคัญสิ่งที่อยู่บนกราฟราคา คือธุรกรรมที่สำเร็จแล้วทั้งสิ้น

ความรู้กับกำไร

มีความรู้ก่อน กำไรถึงจะตามมา ถ้าเทรดโดยปราศจากความรู้ความเข้าใจ แต่ได้กำไร นั้นคือโชคดีล้วน ๆ ซึ่งไม่ต่างอะไรไปจากการเข้าบ่อน และต้องจำไว้เสมอว่าไม่มีใครในโลกที่จะโชคดีตลอดไป โลกของการเทรดนั้นเป็น infinite game คนที่จะอยู่รอดได้ในระยะยาวนั้นมีเพียงคนที่มีความรู้อย่างแท้จริงเท่านั้น ดังนั้นความรู้จึงสำคัญกว่ากำไร มีความรู้เมื่อไหร่ กำไรย่อมตามมาอย่างแน่นอน

ถูกตัว ถูกเวลา ในราคาที่เหมาะสม

สิ่งหนึ่งที่พื้นฐานของบริษัทไม่สามารถบอกได้คือ เมื่อไหร่เราควรซื้อหุ้นตัวนั้น ซื้อถูกตัวแต่ผิดจังหวะก็ขาดทุนได้ ซื้อผิดตัวแต่ถูกจังหวะก็กำไรได้ คำถามสำคัญคือ จะทำอย่างไรให้ซื้อหุ้นได้ถูกตัว ถูกเวลา ในราคาที่เหมาะสม ก่อนอื่นคือเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า

สิ่งเดียวที่ทำให้ราคาหุ้นขึ้นคือ แรงซื้อมากกว่าแรงขาย

และวิธีเดียวที่เราจะดูแรงซื้อแรงขายได้คือการวิเคราะห์กราฟราคา พื้นฐานบริษัทบอก "What" บริษัทมีดีอะไร และมีอะไรดีบ้าง แต่การอ่านกราฟทางเทคนิคนั้นบอก "When" เมื่อไหร่คือเวลาที่เราต้องซื้อหรือขายหุ้น ดังนั้นเราต้องเชื่อมั่นในสัญญาณซื้อขายที่เกิดขึ้นบนกราฟราคา (- สัญญานที่เกิดขึ้นนั้นต้องมาจากกลยุทธที่เหมาะสมกับตลาด)

จะเป็นเทรดเดอร์หรือนักพนัน?

อย่างแรกคือต้องแยกให้ออกระหว่างการเทรด กับการพนัน ถ้าซื้อหุ้นก่อนประกาศงบแล้วหวังว่าราคาหุ้นจะขึ้นหลังงบออก แสดงว่าคุณกำลังวางเดิมพัน การเทรดนั้นจำเป็นต้องใช้การคาดเดาให้น้อยที่สุด และละทิ้งความคาดหวังที่มีทั้งหมด แล้วโฟกัสกับตลาด ณ ขณะนั้น ๆ สิ่งที่เราต้องโฟกัสมีเพียง 3 อย่างคือ จุดเข้า จุดออก และ position management ซึ่งรวมกันแล้วก็คือ แผนในการเทรด ดังนั้นการเทรดจึงไม่ใช่เพียงแค่การซื้อขายเท่านั้น ต้องมีแผนการที่ชัดเจน มิเช่นนั้นก็ไม่ต่างอะไรไปกับการพนัน

อย่างพยายามหาเหตุผลมารองรับการเปลี่ยนแปลงของทิศทางตลาด

ตลาดนั้นมีเพียง 3 ทิศคือ ขึ้น ลงและ sideways ออกข้าง ซึ่งไม่มีอะไรซับซ้อน สำหรับเทรดเดอร์แล้ว การหาพยายามหาสาเหตุที่ทำให้ตลาดเกิดการเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นสิ่งที่แทบจะเรียกได้ว่าไร้ประโยชน์ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนั้นสำคัญยิ่งกว่าเหตุผลว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น หากกล่าวให้ชัดเจนคือ เหตุผลทุกอย่างนั้นสะท้อนอยู่ในกราฟราคาอยู่แล้ว ดังนั้นเทรดเดอร์จึงให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ทางเทคนิคเหนือสิ่งอื่นใด

หากเกิดคำถามในระหว่างเทรดว่า "ทำไม..." สิ่งแรกที่ต้องทำคือออกจากการเทรดทันที สนามรบไม่ใช่สถานที่ที่เราจะถกเถียงเรื่องแผนการรบ คำถามว่า "ทำไม..." นั้นต้องถามก่อนหรือหลังการเทรดเท่านั้น ไม่ใช่ในระหว่างเทรด

การกระทำเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองที่มีต่อตลาด

มันไม่สำคัญว่าตลาดจะเป็นอย่างไร จะทำอะไร สิ่งสำคัญคือมุมมองที่เรามีต่อตลาด ตลาดไม่เคยทำอะไรเรา ตัวเราต่างหากที่เป็นผู้ลงมือทำการต่าง ๆ ในตลาด ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ-ขายหุ้น เปิด-ปิดสัญญา ตลาดไม่เลือกว่าจะเป็นเพื่อนหรือศัตรูกับเรา เราคือคนเลือกเองว่าจะเป็นเพื่อนหรือเป็นศัตรูกับตลาด ไม่มีใครเป็นเหยื่อของตลาด การกระทำทุกอย่างล้วนเกิดจากการตัดสินใจของเราเองทั้งสิ้น ตลาดจึงเป็นกระจกอีกบานที่สะท้อนชีวิตของเราได้ดีที่สุด อยากเทรดให้ได้ดี ต้องมีมุมมองและทัศนคติที่ดีต่อตลาด มองมันอย่างมิตร เพื่อน พี่น้อง ไม่ใช่ศัตรูที่ต้องเอาชนะ ไม่ใช่สนามประลองที่เจิ่งนองไปด้วยเลือด

ข่าวกับราคา

ข่าวนั้นส่งผลต่อราคาหุ้นเสมอ แต่บ่อยครั้งที่เรามักจะเห็นราคาหุ้นบางตัววิ่งในทิศทางตรงกันข้ามกับข่าวที่เพิ่งออกมา ข่าวดีแต่ราคาหุ้นตก ข่าวร้ายแต่ราคาหุ้นกลับขึ้น ข่าวนั้นมีความสำคัญ แต่น้อยมากเมื่อเทียบกับปฏิกิริยาของคนในตลาดที่มีต่อข่าวนั้น ๆ ราคาจะไปในทิศทางไหนนั้นล้วนขึ้นอยู่กับมุมมองของผู้คน ข่าวไม่ได้ขับเคลื่อนราคา มุมองที่คนมีต่อข่าวนั้น ๆ ต่างหากที่มีผลต่อราคา เช่นเดียวกัน บทวิเคราะห์จากนักวิเคราะห์ทั้งหลายนั้นไม่มีผลอะไรกับราคา แต่มุมมองที่ผู้คนมีต่อผลวิเคราะห์นั้นต่างหากที่ส่งผลให้ราคาขึ้นลง ในฐานะเทรดเดอร์ เราไม่ได้วางเดิมพันในตัวหุ้น แต่เราวางเดิมพันกับความรู้สึกนึกคิดของคนส่วนใหญ่ เพราะนั่นคือสิ่งที่ขับเคลื่อนราคาโดยแท้จริง

เราไม่ได้กำลังเล่นหุ้น เรากำลังเล่นกับความรู้สึกของคนส่วนใหญ่

ดังนั้น คำถามสำคัญไม่ใช่ หุ้นตัวนี้มีข่าวอะไร? แต่คือผู้คนในตลาดมีปฏิกิริยาต่อข่าวนี้อย่างไร?

ความจริงกับความเชื่อ

สิ่งที่ขับเคลื่อนตลาดที่แท้จริงคือความเชื่อของคนส่วนใหญ่ในตลาด ไม่ใช่ความเป็นจริงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความจริงใด ๆ ก็ตาม มันไม่เคยส่งผลต่อตลาดทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต สิ่งที่ขับเคลื่อนตลาดคือปฏิกิริยาของคนในตลาดซึ่งเป็นผลจากความเชื่อและที่มาของความเชื่อนั้นเกิดจากมุมมองที่มีต่อสิ่งที่เกิดขึ้นจริง เมื่อเราวางเงิน เราไม่ได้กำลังเดิมพันกับหุ้น, บริษัท หรือแม้กระทั่งพื้นฐานของกิจการ แต่เรากำลังซื้อความเชื่อของคนส่วนใหญ่ในตลาดที่มีต่อหุ้นตัวนั้น ๆ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

เราไม่ได้กำลังซื้อหุ้น แต่เรากำลังซื้อกับความเชื่อของคนส่วนใหญ่ที่มีต่อหุ้นตัวนั้น ๆ ในอนาคตอันไกล้
Cup o’ Joe
พักจิบกาแฟก่อนนะครับ

วิธีคิด vs วิธีเทรด

80% ของสิ่งที่คนส่วนใหญ่ค้นหาคือ วิธีเทรด คนส่วนใหญ่อยากรู้ว่าเทรดอย่างไรถึงจะได้กำไร ใช้เทคนิคอะไร เครื่องมืออะไร ซื้อจุดไหน ขายตอนไหน เราจึงเห็นคอร์สสอนเทรด ต่าง ๆ มากมายเพื่อตอบสนองต่อความต้องการเหล่านี้ เทรดเดอร์หลายคนเข้าใจ เครื่องมือ วิธีการเทรดแบบต่าง ๆ อย่างทะลุปรุโปร่ง แต่กลับไม่สามารถทำกำไรได้อย่างยั่งยืน กุญแจสำคัญที่คนส่วนใหญ่มองข้ามคือ วิธีคิด ต้องย้ำอีกครั้งว่า การเทรด นั้นไม่ใช่การลงทุน มันคือเกมการแข่งขัน ที่ต้องใช้หลักจิตวิทยาถึง 85% ส่วนวิธีเทรดนั้นเป็นส่วนหนึ่งของ 15% ที่เหลือเท่านั้น ดังนั้นวิธีคิดต้องถูกก่อน ถึงจะสามารถเทรดให้ได้กำไรอย่างยั่งยืน

แน่นอนว่าความรู้ คือสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้อยู่รอดในตลาด การเข้าใจเครื่องมือต่างๆ ว่าคิดค้นมาเพื่ออะไร ใช้งานอย่างไรนั้นสำคัญ คนส่วนใหญ่รู้ว่าเปียโนเล่นอย่างไร แต่ไม่ใช่ทุกคนที่นั่งอยู่หน้าเปียโนแล้วจะสามารถบรรเลงเพลงออกมาได้ คนส่วนใหญ่รู้หลักการผสมสี วิธีการใช้แปรง แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จับแปรง ผสมสี แล้วสามารถสร้างสรรค์งานศิลป์ออกมาได้ ต่อให้คุณมีอุปกรณ์ดีขนาดไหน ถ้าวิธีคิดไม่ถูกต้อง อุปกรณ์ที่มีก็ไร้ประโยชน์ คนที่จะประสบความสำเร็จในเส้นทางการเทรด สร้างความมั่งคั่ง อย่างมั่นคงได้คือคนที่ถึงพร้อมทั้งความคิด และเครื่องมือเท่านั้น

เราไม่ได้เล่นหุ้น เรากำลังเล่นกับคน

หุ้นเป็นเพียงสิ่งสมมติ ราคาหุ้นไม่สามารถขึ้นลงได้ด้วยตัวมันเอง มันขึ้นลงเพราะตามอารมณ์ของคนส่วนใหญ่ในตลาด อารมณ์ตลาดเกิดจากความโลภและความกลัวของคนในตลาด เมื่อความโลภและความกลัวครอบงำคนส่วนใหญ่ การขึ้นหรือลงของราคาจึงอยู่เหนือเหตุผลที่ควรจะเป็น การกระทำที่เกิดจากอารมณ์เหล่านั้นแสดงออกมาในรูปแบบกราฟราคาแบบเรียลไทม์ การอ่านงบการเงินเป็นการศึกษาเรื่องราวในอดีต ในขณะที่การศึกษากราฟเป็นการอ่านอารมณ์ของผู้คนในตลาด ณ ขณะนั้น เทรดเดอร์ที่ไม่ศึกษาเรื่องกราฟราคาและการวิเคราะห์ทางเทคนิคนั้นไม่ต่างจากคนตาบอดที่เดินอยู่บนผิวน้ำแข็งอันเปราะบาง

ทัศนคติที่ดี ทุกอย่างจะดีเอง

องค์ประกอบหลัก 3 อย่างที่จะช่วยให้ประสบความสำเร็จ คือ ทัศนคติ, วิธีการ และเงิน หรือเรียกสั้น ๆ ว่า 3 M's (mind, method, and money) โดยมีความสำคัญเรียงตามลำดับ การมีทัศนคติที่ดี ช่วยให้ค้นพบวิธีที่ดี วิธีที่ดีจะช่วยทำให้ทำกำไรจากตลาดได้ หลักนี้ไม่เพียงแต่มีประโยชน์สำหรับเทรดเดอร์เท่านั้น มันใช้ได้กับทุกเรื่องราวในชีวิต ไม่ว่าเรื่องอะไร หากเริ่มต้นจากทัศนคติที่ดี สิ่งดี ๆ ย่อมตามมาเสมอ ดังนั้นเราจำเป็นต้องหมั่นสำรวจทัศนคติของตัวเราที่มีต่อเรื่องราวต่าง ๆ อยู่อย่างสม่ำเสมอ คนบางส่วนเชื่อว่าทัศนคติที่ดีนั้นเป็นผลมาจากการที่เทรดเดอร์เหล่านั้นเทรดชนะบ่อย แต่แท้ที่จริงแล้ว คนที่ประสบความสำเร็จในการเทรดนั้นเขาประสบความสำเร็จเพราะมีทัศนคติที่ดีต่อตลาดตั้งแต่ก่อนเข้าเทรด ความสำเร็จที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงผลลัพท์เท่านั้น คำถามสำคัญที่เทรดเดอร์ทุกคนควรถามตัวเองและตอบตัวเองอย่างสัตย์จริงคือ จริง ๆ แล้วคุณรู้สึกเช่นไรกับตลาด คุณเห็นว่ามันเป็นเพื่อนหรือศัตรู ดีหรือร้าย สร้างสรรค์หรือบ่อนทำลาย นี่เป็นคำถามสำคัญที่จะสะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติที่คุณมีต่อตลาด

สำหรับผม - เป็นสถานที่ที่เปิดโอกาสให้ได้ใช้เงินทุนและความรู้ความสามารถในการแสวงหาผลกำไร เพื่อสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน ตลาดหุ้นคือสถานที่ ๆ เราใช้เงินทำงานอย่างแท้จริง
Emotional chicken eggs - cheerful, surprised, devastated and depressed. Background for a website about psychological support or articles about human psychology. Food and psychology - a splash screen for social networks
Photo by Tengyart / Unsplash

8 เรื่องทางจิตวิทยาในการเทรดที่เราต้องเข้าใจ

  1. Thinking, คิดมากนั้นไม่ใช่เรื่องที่ดี คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่เป็นคนประเภทลงมือทำมากกว่าเอาแต่คิด
  2. Imaginaion, จินตนาการนั้นเป็นปัญหาสำหรับเทรดเดอร์ เพราะมันจะดึงเราออกไปจากโลกแห่งความเป็นจริง พาเราไปสู้ความเพ้อฝัน คนที่ประสบความสำเร็จ เขาดึงตัวเองให้อยู่กับความเป็นจริง อิงอยู่กับหลักการพื้นฐานและข้อเท็จจริงเท่านั้น ไม่ใช่จินตนาการ การคาดเดา หรือความหวังใด ๆ ทั้งสิ้น
  3. Fear, ความกลัวนั้นเป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดของความสำเร็จ
  4. Greed, ความโลภทำลายทุกอย่าง
  5. Information, สำคัญแต่สิ่งสำคัญนั้นไม่ใช่สารสาระของข้อมูล แต่เป็นปฏิกิริยาของผู้ที่รับสารเหล่านั้น
  6. Expectations, ความคาดหวัง ยิ่งมากหรือยิ่งสูง ยิ่งอัตราย จงคาดหวังเฉพาะสิ่งที่เป็นไปได้เท่านั้น
  7. Excessive Analysis, อะไรที่มากเกินพอดีล้วนแต่ไม่ดี การวิเคราะห์ก็เช่นกัน
  8. Hope, ความหวัง นั้นเป็นสิ่งที่อันตรายและไร้ซึ่งประโยชน์สำหรับเทรดเดอร์ กี่ครั้งที่คุณถือหุ้นที่ราคาดำดิ่งเพียงเพราะความหวังว่าราคามันจะกลับมา ณ จุดที่คุณเข้าซื้อ กี่ครั้งที่ความหวังทำให้คุณตัดสินใจซื้อหุ้นที่ไม่ควรซื้อ กี่ครั้งที่คุณควรปาหุ้นที่ถือทิ้ง แต่ความหวังทำให้คุณถือต่อ แต่สุดท้ายกลับเจ็บหนักกว่าเดิม ดังนั้นจงระวังไอ้หวังให้ดี
ขำขัน - กระทิงหรือหมีล้วนทำกำไรได้ แต่ไม่หมู
From hearth to hearth
Photo by Fahmi Fakhrudin / Unsplash